ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหา "ร.อ." คดี "ผอ.สาว" หายตัวปริศนา เผยเอารถไปขายอ้างฝ่ายหญิงร้อนเงิน

ข่าวด่วน

จากกรณี น.ส.จุฑารัตน์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ข้าราชการตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. เป็นเวลานานกว่า 1 เดือนเศษ ซึ่งเมื่อวันที่ 20 ก.ค. นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู จ.ศรีสะเกษ เพื่อขอให้ช่วยติดตามหาลูกสาวที่หายไป ต่อมาตำรวจพบรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ของ น.ส.จุฑาภรณ์ ถูกนำเอาไปขายและมีการนำเอาไปทำสีอยู่ที่อู่รถแห่งหนึ่งในเขต จ. อุบลราชธานี กระทั่งมีการออกหมายเรียกนายทหารยศ ร.อ. คนหนึ่งเข้าให้ปากคำ ก่อนที่จะเดินทางเข้ามารับทราบข้อกล่าวในช่วงบ่ายวันที่ 11 ส.ค. ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 11 ส.ค. หลังจาก พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวน นำโดย พ.ต.อ.ชัย ไชยพันธ์นา ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ ศรีไชย ผกก.(สอบสวน)พ.ต.ท.ปิยวัฒน์ ตอโนนสูง รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.สังวร วันทะวี สว.(สอบสวน) สภ.กันทรลักษ์ และ ร.ต.อ.นิธีวัฒน์ คำนนท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บึงมะลู ได้รับมอบตัว ร.อ.ศุภชัย หรือ เหน่ง ภาโส อายุ 30 ปี ตำแหน่ง ผบ.ร้อยอาวุธเบาที่ 2 กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 ค่ายสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ 576/2560 ของ สภ.กันทรลักษ์ มาสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าว

เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อหาด้วยกันคือ ฐาน (1) หน่วงเหนี่ยว หรือ กักขังผู้อื่น (2) ลักทรัพย์ของผู้อื่น (รถยนต์ ราคา 200,000 บาท) หรือ รับของโจร (3) ปลอมหรือใช้อ้างเอกสารปลอม (4) ให้เสียหาย ทําลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือ ทําให้สูญหายหรือ ไร้ประโยชน์ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยมี พ.ท.สุวิทย์ ขำคม นายทหารพระธรรมนูญ และ พ.ต.สุริยงค์ กุดเป่ง พร้อมด้วยนายทหารจาก ร.6 พัน 2 มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้ใช้เวลารวมทั้งหมดกว่า 5 ชม. ทำการสอบปากคำ ร.อ.ศุภชัย ภายในห้องสอบสวนที่ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปซึ่ง ร.อ.ศุภชัย ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.สุรเดช กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค. เวลาประมาณ 07.40 น. น.ส.จุฑาภรณ์ ได้ขับรถเก๋ง หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ไปส่งลูกที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งใน ต.น้ำอ้อม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จากนั้นได้หายไป และไม่ได้กลับเข้าไปทำงานที่ อบต.ชำ ตามปกติ เมื่อถึงเวลาโรงเรียนเลิกก็ไม่ได้เดินทางไปรับลูกเหมือนเช่นทุกครั้งๆ จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ร.อ.ศุภชัย และ น.ส.จุฑาภรณ์ อยู่ด้วยกัน และเมื่อวันที่ 3 ก.ค. เวลาประมาณ 15.00 น. ร.อ.ศุภชัย ได้โทรติดต่อกับนางสุชาวดี ปทุมอินทน์ ติดต่อเรื่องซื้อขายรถยนต์คันดังกล่าว

เชื่อว่า ร.อ.ศุภชัย ได้นำพา น.ส.จุฑาภรณ์ ไปโดยปราศจากเสรีภาพ และกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อ น.ส.จุฑาภรณ์ การกระทำของ ร.อ.ศุภชัย หน่วงเหนี่ยว หรือ กักขังผู้อื่น พร้อมทั้งนำหลักฐานเล่มคู่มือรถคันดังกล่าว ไปขายให้กับ นายประกรรษวัติ หรือเสี่ยตั้ม คณะพันธ์ พร้อมหลักฐานเล่มคู่มือรถคันดังกล่าวและหลักฐานการซื้อขายที่มีผู้ทำปลอมขึ้นมาทั้งฉบับ

พล.ต.ต.สุรเดช กล่าวต่อว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ก.ค. เวลาประมาณ 10.00 น. ร.อ.ศุภชัย ได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปฝากให้ น.ส.สุชาวดี ขายให้ พร้อมนำบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง และคู่มือรถยนต์ฉบับจริงของ น.ส.จุฑาภรณ์ ไปแสดงต่อ น.ส.สุชาวดี เพื่อให้หลงเชื่อว่า น.ส.จุฑาภรณ์ เจ้าของรถคันดังกล่าวต้องการขายรถจริง โดยอ้างว่า น.ส.จุฑาภรณ์ ร้อนเงินต้องขายรถนำเอาเงินไปใช้ด่วน จากนั้นได้ขายรถคันดังกล่าวให้กับ นายวิฑูรย์ ท้าวแก้ว ซึ่งเป็นนายหน้าค้ารถยนต์มือสอง จากนั้น นายวิฑูรย์ ได้นำรถคันดังกล่าวไปขายให้กับ นายประกรรษวัติ หรือเสี่ยตั้ม พร้อมหลักฐานเล่มคู่มือรถคันดังกล่าว และหลักฐานการซื้อขายที่มีผู้ทำปลอมขึ้นมาทั้งฉบับ จากนั้น นายประกรรษวัติ ได้นำรถคันดังกล่าวไปจ้างให้ นายบุญชู ศิรินนท์ เพื่อทำการสาดสีใหม่ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ส.ค. พนักงานสอบสวนได้ตรวจยึดรถคันดังกล่าวไว้เป็นของกลางในคดีนี้

พล.ต.ต.สุรเดช กล่าวด้วยว่า การที่ ร.อ.ศุภชัย มามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ถือว่าเป็นการแสดงความบริสุทธ์ใจที่จะต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความเป็นจริงในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการเงินที่ น.ส.จุฑาภรณ์ โอนเงินไปเข้าบัญชีของ ร.อ.ศุภชัย นั้น ร.อ.ศุภชัย กล่าวอ้างว่า น.ส.จุฑาภรณ์ ยืมเงินของตนไปจึงได้โอนเงินมาใช้หนี้ ซึ่งเป็นสิทธิ์ในการกล่าวอ้างได้ พนักงานสอบสวนจะได้ทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ต่อไป จากนั้นได้มอบตัว ร.อ.ศุภชัยให้กับนายทหารพระธรรมนูญและคณะไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

ที่มาของเนื้อหา : https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_470646




โฆษณา