สั่งฟ้องศาลแล้ว แก๊งเปรี้ยวหั่นศพ เบนซ์โดนแค่ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ เตรียมเรียกทั้งหมดให้การอีก

ข่าวเด่นออนไลน์

ฟ้องแล้วแก๊ง “สวยหั่นศพ” คดีสยองขอนแก่นฆ่าชำแหละ ศพ”สาวโอเกะ”ฝังดินหมกป่าเขาสวนกวาง อัยการจังหวัดขอนแก่นสั่งฟ้อง “เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้-วศิน” ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และอีกหลายข้อหา ส่วนสาวเบนซ์แฟนนายวศินโดนแค่ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ศาลประทับรับฟ้องทันที เตรียมเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดมาให้การ พร้อมนัดวันไต่สวนในอีก 15 วัน

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นายวิเชตร แสนคำ อัยการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยความคืบหน้าคดีร่วมกันฆาตกรรมหั่นศพน.ส.วริศรา หรือแอ๋ม กลิ่นจุ้ย ในพื้นที่บ้านโนนสง่า อ.เขาสวนกวาง เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ว่านำสำนวนคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ยื่นเรื่องสั่งฟ้องต่อศาลจังหวัดขอนแก่น หลังครบกำหนดของการฝากขัง 7 ผัด รวม 84 วัน ผู้ต้องหาประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย, น.ส.กวิตา หรือเอิร์น ราชดา, น.ส.อภิวันท์ หรือแจ้ สัตยบัณฑิต, นายวศิน นามพรม และน.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ พรหมคุณ โดยศาลประทับรับฟ้อง ในคดีความดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการของศาลยุติธรรมทันที

คดีความดังกล่าวพนักงานสอบสวน สภ.เขาสวนกวาง ส่งสำนวนคดีเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นสำนวนการสอบสวนคดี ที่ 128/2560 ที่มีทั้งสิ้น 706 แผ่น ระหว่าง น.ส.พิชชาภา คำเพิงใจ ในฐานะผู้กล่าวหา กับน.ส.ปรียานุช โนนวังชัย กับพวก หลังจากพนักงานอัยการรับสำนวนจากพนักงานสอบสวนแล้วนั้น ได้ตั้งองค์คณะอัยการในการตรวจสอบสำนวนทั้งหมด 3 ท่าน ที่ จัดเป็นมือดีของสำนักงานอัยการจังหวัด ขอนแก่น ในช่วงของการตรวจสำนวนนั้น ได้ส่งเรื่องกลับไปยังพนักงานสอบสวน เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมในพยานหลักฐาน ที่พนักงานอัยการเห็นว่าตรวจทานแล้ว ไม่ครบ

“วันนี้การตรวจสำนวนตามขั้นตอน และเวลาในการดำเนินงานขององค์คณะอัยการนั้นเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนแล้วจึงมีความเห็นในการสั่งฟ้องคดีความดังกล่าวเอา ผิดกับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ต่อศาล จ.ขอนแก่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสรุปหลังจากที่องค์คณะอัยการตรวจสอบสำนวนทำให้วันนี้ เป็นวันสุดท้ายของการครบกำหนดของการฝากขัง 7 ผัด ผัดละ 12 วัน รวม 84 วันใน คดีความดังกล่าว” อัยการจังหวัดขอนแก่น กล่าว

นายวิเชตรกล่าวว่า พนักงานอัยการมีความเห็นในการที่จะสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช, น.ส.กวิตา, น.ส.อภิวันท์ และนายวศิน ข้อหาร่วมกันฆ่า ผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ, ร่วมกันลักทรัพย์, ร่วมกันกักขังหน่วยเหนี่ยว และร่วมกันพาอาวุธไปในที่สาธารณะ โดยน.ส. อภิวันท์ถูกตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมคือเสพสารเสพติด ขณะที่ น.ส.จิดารัตน์ถูกตั้งข้อกล่าวหาเพียงร่วมกันลักทรัพย์เท่านั้น

การแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมให้กับผู้ต้องหาและการถอนข้อหาของผู้ต้องหาในคดีความดังกล่าวทั้ง 5 คนนั้น เป็นไปตามพยาน หลักฐาน ที่องค์คณะอัยการพิจารณาเห็นควร ขั้นตอนหลังจากที่ศาลรับคำร้องสั่งฟ้อง จากเจ้าพนักงานอัยการแล้ว จะเบิกตัวจำเลยทั้งหมดมาให้การทันที โดยในหลักการน่าจะเป็นวันที่ 23 ส.ค. จากนั้นภายใน15 วัน จะ นัดสอบพยานและนัดพร้อมนัดแรกของ ทุกฝ่าย

อัยการเจ้าของสำนวน รวมทั้งฝ่ายโจทก์, จำเลย และทนายจำเลย จะมาแถลงต่อ ศาลตามกระบวนการและขั้นตอนของศาลยุติธรรม ก่อนเข้าสู่กระบวนการของการสอบพยานโจทก์และจำเลย และการพิจารณาคดีพิพากษาในคดีดังกล่าวนี้ต่อไป อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ยังคงถูกคุมขังแยกเป็นนายวศินอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ส่วนผู้ต้องหาหญิงอีก 4 คน ถูก คุมขังอยู่ที่แดนหญิงเรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา เมื่อมีผู้พบศพหญิงสาวถูกฆ่าหั่นร่างกายใส่ถุงดำทิ้งในถัง 2 ใบ ฝังดินที่ป่าสาธารณะ ในเขตพื้นที่บ้านโนนสง่า ม.9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง เจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบว่าคือ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม กลิ่นจุ้ย สาวสวยที่ทำงานในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว เนื่องจากเป็นหญิงสาวหน้าตาดีแต่งงานมีสามีเป็น ตัวเป็นตน แต่ยังคบหากับสาวทอมด้วย เมื่อเรียกสามีและผู้ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยมาสอบสวนกลับไม่พบพิรุธใดๆ

ต่อมาตำรวจได้เบาะแสจากกล้องวงจรปิด พบว่าเช้ามืดวันที่ 22 พ.ค. น.ส.วริศราขึ้นรถ ซีอาร์วีไป โดยรถคันดังกล่าวมารับที่ริมถนนหน้าเมืองตัดถนนเหล่านาดีใกล้ห้องพักของ ผู้ตาย เมื่อตรวจสอบข้อมูลรถคันดังกล่าวเป็นรถเช่าของบริษัทแห่งหนึ่ง จึงประสานนำรถ ซีอาร์วี สีบรอนซ์ทอง มาตรวจสอบ เบื้องต้นพบเศษปูนซีเมนต์ที่ขอบด้านหลัง และเส้นผมจำนวนมาก รอยนิ้วมือที่เปิดประตูท้ายอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบเสื้อยืดสีแดงของผู้หญิง และเสื้อโปโลของผู้ชายยัดอยู่ในยางอะไหล่ มีคราบสีน้ำตาลคล้ายคราบเลือดจึงเชื่อว่าเป็นรถที่รับน.ส.วริศราไปก่อนจะเสียชีวิต

เมื่อตรวจสอบข้อมูลแน่ชัด จึงยื่นศาลขออนุมัติหมายจับ 4 ผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ประกอบด้วย นายวิศิน หรือนิว นามพรหม อายุ 22 ปี น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ พรหมคุณ อายุ 21 ปี น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย อายุ 22 ปี และน.ส.กวินตา หรือเอิร์น ราชสุดา อายุ 22 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นศพ ก่อนจะขอหมายจับ น.ส.อภิวันท์ หรือแจ้ สัตยบัณฑิต อายุ 28 ปี เพิ่มเป็นรายที่ 5

ตำรวจชุดสืบสวนบก.สส.ภาค 4 สนธิกำลังตำรวจลาวบุกเข้าจับกุมนายวศิน ขณะกบดานที่เกสต์เฮาส์แห่งหนึ่งในกรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว พร้อมส่งตัวข้ามแดนมาดำเนินคดี ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกสายบุกเข้าไปจับกุม น.ส.จิดารัตน์แฟนสาวของนายวศินที่บ้านพักใน จ.อุบลราชธานี ส่วน 3 ผู้ต้องหาที่เหลือคือ น.ส.ปรียานุช น.ส.กวินตา และน.ส.อภิวันท์ หลบหนีไปกบดานที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เที่ยวใช้จ่ายเงินจนหมด ก่อนเข้ามอบตัวต่อตำรวจเมียนมา ประสานส่งตัวให้ไทยดำเนินคดี

ส่วนสาเหตุเนื่องจากก่อนหน้านี้น.ส. ปรียานุชและน.ส.วริศราผู้ตายเป็นเพื่อนสนิทกัน ต่อมาเกิดขัดแย้งกันเนื่องจากน.ส.ปรียานุชคิดว่าผู้ตายเป็นสายของตำรวจชี้เป้าให้จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลายราย โดย 1 ในนั้น มีแฟนหนุ่มของ น.ส.ปรียานุชด้วย จึงชักชวนนายวิศิน น.ส.กวินตา และน.ส. อภิวันท์ วางแผนลวงผู้ตายขึ้นรถไปซ้อมจนสิ้นใจคารถ จากนั้นช่วยกันหั่นศพแยกชิ้นส่วนนำไปฝังดินที่บ้านโนนสง่า อ.เขาสวนกวาง ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี โดยนำโทรศัพท์ไอโฟน 6 ของผู้ตายให้ น.ส. จิดารัตน์นำไปขายที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรามอินทราจนตกเป็นผู้ต้องหาร่วมในคดีดังกล่าวด้วยอีกราย

ที่มาของเนื้อหา : https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_482933




โฆษณา